เกี่ยวกับ บริษัท

ที่ตั้ง

แกนหลักของ”น้ำใส” ประกอบด้วยฟาร์มเพาะพันธ์ปลาหลายแห่งทำงานร่วมกัน ครอบคลุมพื่นที่ 95 เฮคเตอร์ ตั้งอยู่ที่ อ. บ้าสร้าง , จ. ปราจีนบุรี ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 90 กม  ไปทางทิศตะวันออก
(ดูแผนที่).

ประวัติความป็นมา

เรื่องเริ่มต้นขึ้นในปี 1994 นาย วอร์เร็น แอนดรู เทอร์เน่อร์ ผู้ก่อตั้ง “ฟาร์มน้ำใส” กำลังทำวิจัยเรื่อง เทคโนโลยีการพัฒนาและการขยายพันธุ์จำนวนมากของปลานิลเพศเดียว ภายใต้ ดร. เดวิต ลิตเติ้ล (ผู้คิดค้นระบบ HAPA เพื่อใช้ในระบบการเพาะพันธ์ปลานิล) ที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย (A.I.T.)  ในกรุงเทพฯ  สืบเนื่องจากการเป็นคนที่ชอบปลาอย่างมากมาตั้งแต่วัยเด็ก และเรียนจบ ปริญญาโทด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจาก Stirling University, Scotland, อีกทั้งมีความสามารถในการพูดภาษาไทย (เคยเป็นอาสาสมัครกับ VSO)  นาย วอร์เร็น จึงตัดสินใจเริ่มดำเนินการบนความท้าทายของช่วงชีวิต  เขาได้รับความช่วยเหลือจากคุณ ปุ๊ – คู่หมั้นของเขา กับหุ้นส่วนชื่อคุณปราโมช กับ คุณวรพจน์ ซึ่งต่อมากลายเป็นเพื่อนรักตลอดกาล   เขาได้เลือกจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของกรุงเทพฯ เป็นทำเลที่เหมาะที่สุดเนื่องจากมีแหล่งน้ำที่ดีและอยู่ใกล้ตลาดที่มีขนาดใหญ่  คุณปุ๊คือผู้ตั้งชื่อโครงการนี้ว่า “น้ำใส” ซึ่งมีความหมายว่า “clear water” และ เรื่องต่อจากนั้นก็เป็นอย่างที่ทุกท่านทราบแล้ว.

พัฒนาการของบริษัทฯ

บริษัทฯได้ก่อตั้งในปี คศ. 1994 โดยมีแผนว่าจะผลิตตัวอ่อนปลานิลแบบเพศเดียวที่มีคุณภาพสูง จำนวนสองล้านตัวเพื่อนำส่งอุตสาหกรรมประมงของไทย  ด้วยกระบวนการเก็บไข่ ฟักไข่และสลับเพศของตัวอ่อนว่ายน้ำ (swim up fry) โดยเลี้ยงในกระชังเป็นเวลา 21 วัน ด้วยอาหารที่เสริมด้วย methyltestosterone   ส่งผลให้ลูกปลาวัยอ่อนออกมาเป็นเพศผู้ได้ถึง  100% อย่างสม่ำเสมอ  ในระยะแรกเริ่ม ผลการวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีเอเซียได้พิสูจน์ว่า ปลาที่ผลิตด้วยกรรมวิธีนี้ จะเป็นตัวผู้ตลอดชีวิต ฮอร์โมนเพศอยู่ในระดับปกติและสามารถบริโภคได้อย่างปลอดภัย  ปลานิลจึงกลายเป็นพันธ์ปลาที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในทันทีทันใดด้วยเหตุที่ว่า ระยะเวลาในการเพาะพันธ์ลดลงเกือบครึ่ง อัตราส่วนการแปรสภาพอาหารลดอย่างฮวบฮาบ และการคัดตัวปลาที่มีขนาดใหญ่เท่าๆกัน กลายเป็นความจริง ซึ่งไม่สามารถทำได้ในสมัยที่เลี้ยงแบบคละเพศ  การตอบสนองที่สูงมากจากผู้เลี้ยงปลา ทำให้ บริษัท น้ำใส ต้องมีขบวนการขยายกิจการอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้เพราะ ความต้องการลูกปลาจำนวนมหาศาล ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

พัฒนาการของ บริษัท น้ำใสเริ่มต้นด้วยการเช่าที่ดินในปี  1994 และก่อสร้างฟาร์ม บนเนื้อที่  62.5 ไร่ (10 Hectares) ในเวลาไม่นานนัก ก็มีความต้องการที่ดินเพิ่มขึ้น เพื่อขยายกิจการให้สามารถรองรับปริมาณความตัองการลูกปลาที่พุ่งสูงขึ้น การกลั่นกรองและจัดการระบบต่างๆที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการอนุบาลลูกปลา ได้รับการดูแลและปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถขยายกิจการให้ใหญ่ขึ้นได้โดยไม่ส่งผลกระทบในทางลบต่อคุณภาพของผลิตผลแต่อย่างใด ซึ่งในระยะนี้ภาพลักษณ์ของ แบรนด์ น้ำใส เริ่มเข้าสู่ตลาดบนพื้นฐานแนวคิดของผู้เลี้ยงปลาว่า บริษัท น้ำใส สามารถจัดหาปลาที่มีคุณภาพในจำนวณมหาศาลได้ด้วยราคาที่สามารถแข่งขันได้

ก้าวสำคัญอีกก้าวหนึ่งของบริษัท น้ำใสคือการจัดหาและพัฒนาสายพันธุ์ปลานิลที่แข็งแรง มีภูมิคุ้มกันต่อโรค มีรูปร่างและสีสรรที่ดี และโตเร็ว ในช่วงแรก ทางบริษัทได้ใช้ปลาสายพันธุ์จิตรลดาซึ่งเป็นสายพันธ์ปลานิลจากลุ่มน้ำไนล์ โดยรับมาจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซียมาเป็นต้นแบบ แต่ต่อมา ในปี 1997 มีการนำเสนอปลานิล”ของขวัญ”  ทำให้สามารถเพิ่มสายพันธ์ตามมาอีกสองสายพันธ์คือ สายพันธุ์นิลแดงในปี 2001  และ  และสายพันธ์ ปลาบิ๊กนิล ในปี 2005 ตามลำดับ  การที่มีหลายสายพันธุ์ให้เลือก  เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความพึงพอใจให้กับผู้เลี้ยงปลาที่มีความต้องการหลากหลาย เช่นกัน ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ก็มีข้อดีข้อเสียที่ต่างกัน  และแน่นอน การที่จะผลิตปลาหลายสายพันธุ์นั้น สร้างความยุ่งยากให้บริษัท น้ำใส เป็นอันมาก ดังนั้นบริษัทจึงดำเนินการผลิตปลานิลจากสายพันธ์ลุ่มน้ำไนล์กับสายพันธุ์นิลแดงเท่านั้น  ซึ่งเป็นสายพันธ์ที่นอกจากจะโตเร็วแล้ว ยังมีภูมิต้านทานต่อโรค และไม่เฉามือ เพื่อที่จะมีปลาที่เหมาะกับความต้องการของผู้เลี้ยงปลาทั้งหลาย

บริษัทน้ำใสได้ใช้เวลานานเพื่อที่จะหาวิธีที่จะทำให้ผู้เลี้ยงปลาได้รับปลาได้อย่างสะดวก ทั้งในและต่างประทศ  ดังนั้น บริษัทน้ำใสจึงได้พัฒนาต้นแบบสิทธิพิเศษทางธุรกิจ (franchise)  ในการส่งตัวอ่อนปลานิล  และอาหารปลา ไปยังสาขาต่างๆในชนบท  สาขาแรกที่ทดลองคือในจังหวัดนครปฐมในเดือน มีนาคม คศ. 2005 ซึ่งได้ประสบความสำเร็จอย่างมาก  โดยบริษัทน้ำใสสามารถรักษาคุณภาพได้อย่างดี จึงมีแผนที่จะขยายจำนวนสาขาโดยใช้รูปแบบทางธุรกิจแบบนี้ต่อไป พัฒนาการอีกขั้นหนึ่งคือการก่อตั้งศูนย์เพาะพันธ์แบบร่วมทุน (joint  venture hatchery)  ที่เมือง Mymensingh ในประเทศบังคลาเทศในปี คศ 2010  บริษัทนี้มีชื่อว่า Spectra-Hexa-Nam Sai, ซึ่งเติบโตและขยายกิจการได้พอสมควรและพร้อมที่จะตั้งศูนย์เพาะพันธ์แห่งที่สองในเมือง Narail เพื่อสนองความต้องการตัวอ่อนที่สูงขึ้นในแถบนี้ของประเทศ

ถึงแม้ผลิตผลหลักของ บริษัท น้ำใสคือ ปลานิลแบบเพศเดียว ตอนนี้ได้เริ่มเพาะพันธ์ตัวอ่อนของ ปลาสวาย (striped catfish) ปลาคาร์พไทย (triploid climbing perch) และปลากระพงขาว (barramundi)ด้วย   นอกจากนี้ยังผลิตและขายอุปกรณ์เกี่ยวกับการเพาะพันธ์สัตว์น้ำผ่านบริษัทร่วมทุน ของเราชื่อ บริษัทบ้านประมง (www.farmaqua.com). ซึ่งบริษัทบ้านประมงนี้จะเติมเต็มบริการของ บริษัท น้ำใส ในการส่งออกลูกปลา ด้วยการจัดบริการให้คำปรึกษาและจัดหลักสูตรอบรมเรื่องปลาตัวอ่อนอย่างครบวงจร

พัฒนาการทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้ด้วยการวิจัยอย่างรอบด้าน และ ความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นตามมา คือในปี คศ. 2006  บริษัท น้ำใสเริ่มรับทำงานวิจัยให้กับบริษัทและสถาบันต่างๆ ซึ่งในเวลานี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจที่กำลังโต  การที่ บริษัท น้ำใสทำการวิจัยอย่างมืออาชีพในเชิงธุรกิจ ด้วยราคามิตรภาพเป็นสิ่งที่จูงใจให้บริษัทต่างๆมีความต้องการที่จะพิสูจน์ว่าคุ้มค่ากับผลิตภัณฑ์ของเขาหรือไม่ ผลลัพธ์แห่งความสำเร็จนี้ เป็นเครื่องมือที่เป็นประโยชน์สำหรับการตลาด และเป็นตัวช่วยที่ประมาณค่ามิได้ในการยืนยันคุณภาพของผลผลิต

พัฒนาการของบริษัท เป็นส่วนผสมของการบรรลุจุดสุดยอดของการวิจัย  สภาพแวดล้อมต่างๆ  เงินทุน ประจวบกับคนที่ใช่และพนักงานที่มีความสามารถ  ถึงแม้ บริษัท น้ำใสจะพยายามก้าวต่อไปในทิศทางที่ถูกต้อง แต่เวลาเท่านั้นที่จะบอกได้ว่าบริษัทจะพัฒนาไปสู่รูปแบบใดและก้าวไปถึงจุดใดในอนาคต